|
พระเจ้าเมืองสงขลา หรือสุลต่าน สุไลมาน เป็นเจ้าเมืองสงขลาสมัยอยุธยาระหว่างปี พ.ศ. 2162-2211 เป็นผู้สร้างเมืองสงขลาริมเขาแดง ซึ่งรุ่งเรืองอยู่ระหว่างครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 22 ถึงตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 23 ความร่งเรืองของเมืองสงขลายุคนี้ เกิดจากการขยายตัวทางด้านการค้าของดัทซ์ อังกฤษและฝรั่งเศสเข้ามายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะบริเวณแหลมมลายูและหมู่เกาะอินโดนีเซียหรือที่เรียกกันในสมัยนั้นว่า “หมู่เกาะอินเดียตะวันออก” เรื่องราวของเมืองสงขลายุคนี้ ส่วนใหญ่จึงปรากฏในเอกสารของชนชาติเหล่านั้น น่าแปลกในที่มีเอกสารร่วมสมัยของทางฝ่ายไทยกล่าวถึงเรื่องนี้เลย มีเฉพาะพงศาวดารเมืองสงขลา ซึ่งเขียนขึ้นตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 25 เท่านั้น ที่กล่าวไว้อย่างย่อ ๆ ในเอกสารของชาวตะวันตก เรียกชื่อพระเจ้าเมืองสงขลาแตกต่างกัน เป็นต้นว่าของดัทซ์ เรียกว่า โมกุล ของอังกฤษเรียกว่า ดะโต๊ะ โมกอลล์ ในขณะที่ทางฝ่ายไทย โดยเฉพาะพงศาวดารเมืองสงขลา เรียกว่า สุลต่าน สุไลมาน หรือ ตามรหุม ในบันทึกของพ่อค้าฝรั่งเศส ซึ่งเข้ามาติดต่อกับไทยในปี พ.ศ. 2270 ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ฯ หลังจากอยุธยาทำลายเมืองสงขลาแล้ว 7 ปีว่า พระเจ้าเมืองสงขลาเป็นแขกมลายู ซึ่งถ้าตามความหมายของคนไทย ก็หมายถึง พวกมาเลย์บริเวณปลายแหลมมลายู แต่ถ้าพิจารณาดูจากหลักฐานร่วมสมัยจริง ๆ คือบันทึกของพ่อค้าดัทซ์แล้วกลับกล่าวถึงไพร่พลของพระเจ้าเมืองสงขลาในสมัยนี้ว่า “....... มีกำลังกำยำล่ำสันชำนาญในการสู้รบ คุ้นเคยกับการใช้ปืนเล็กปืนใหญ่ .....” กลุ่มชนชาวมาเลย์ที่มีลักษณะเช่นนี้ก็มีแต่พวกบูกิสหรือที่เรียกในพงศาวดารไทยว่า พวกมักกะสัน เท่านั้น พวกบูกิสมีถิ่นฐานเดิมอยู่ในเกาะซีลีเบส ได้ก่อตั้งอาณาจักรมากัสซาร์ขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2054 – 2203 ทำการค้าเครื่องเทศบริเวณหมู่เกาะเครื่องเทศมาก่อน แต่หลังจากดัทซ์ขับไล่อังกฤษและพ่อค้าชาวพื้นเมืองโดยเฉพาะพวกบูกิสออกจากหมู่เกาะเครี่องเทศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2162 แล้ว พวกบูกิสบางส่วนจึงออกแร่ร่อนอยู่ในน่านน้ำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะพ่อค้า โจรสลัด และทหารรับจ้าง จึงเป็นไปได้อย่างมากทีเดียวที่พระเจ้าเมืองสงขลาและไพล่พลเป็นพวกบูกิสที่หลบหนีการสู้รบมาตั้งมั่นที่เมืองสงขลา โดยมีพวกมาเลย์กลุ่มอื่น ๆ ที่ต่อต้านการผูกขาดการค้าของดัทซ์ บริเวณหมู่เกาะร่วมด้วย กล่าวคือร่วมกันพัฒนาเมืองสงขลาขึ้นเป็นศูนย์การค้าแห่งใหม่ ที่อยู่ห่างจากศูนย์แห่งอำนาจของไทย ดัทซ์ และโปรตะเกส
|
|
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
|
|
|
ตั้งแต่ปี 2318 ถึงปี 2444 เป็นเวลา 126 ปี เมืองสงขลามีเจ้าเมืองปกครองติดต่อกัน 8 คน และเป็นคนในตระกูลเดียวกัน คือตระกูล ณ สงขลา ทั้งหมด
จึงนับได้ว่าเป็นตระกูลที่มีบทบาทสำคัญต่อความเจริญรุ่งเรืองของเมืองสงขลา ในยุคสมัยหนึ่ง ที่มีผลต่อความเจริญก้าวหน้าของจังหวัดสงขลาในปัจจุบันอย่างแยกกันไม่ออก จึงสมควรทีจะศึกษาถึงความเป็นมา และบทบาทของเจ้าเมืองสงขลาในตระกูลดังกล่าว ที่ได้พัฒนาเมืองสงขลามีความเจริญถึงขี้นหนึ่งระดับหนึ่ง โดยได้ต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ อย่างมากมาย จนประสบผลสำเร็จสูงมากสมควรจะได้ศึกษาวิเคราะห์ไว้ ณ ที่นี้
เจ้าเมืองสงขลาทั้ง 8 คนนี้คือ พระยาสงขลา (เหยี่ยง พ.ศ. 2318-2327) เจ้าพระยาวิเชียรคีรี ฯ (บุญสังข์ พ.ศ. 2390-2407) เจ้าพระยาวิเชียรคีรี ฯ (เม่น พ.ศ. 2407-2424) พระยาวิเชียรคีรี ฯ (ชุ่ม พ.ศ. 2424-2431) และพระยาวิเชียรคีรี ฯ (ชม พ.ศ. 2431-2444) |
|
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
|
|
|
หลวงพ่อทวด เป็นภิกษุที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการพระราชทานที่กัลปนาแก่หัวเมืองพะโคะในสมัยพระเอกาทศรถ มีอิทธิปาฏิหาริย์และอภิญญาแก่กล้า จนได้สมัญญาว่า หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด
ประวัติของภิกษุรูปนี้เท่าที่ทราบหนักไปเชิงตำนาน ชั้นแต่เอกสารซึ่งบันทึกเรื่องราวของท่านโดยตรงคือ เรื่อง ยอเข้าตำราหมื่นตราพระธรรมวิลาสเอาไปวิวาทเป็นหัวเมือง ก็เป็นอภินิการเสียมาก แต่ประมวลแล้วทั้งเอกสารและคำบอกเล่าสืบประวัติได้ว่า เดิมชื่อปู เป็นบุตรนายหู นางจัน ตั้งบ้านเรือนอยู่ในที่ดินเศรษฐีปาน บ้านวัดเลียบ ตำบลดีหลวง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ปัจจุบันนี้ ตายายเป็นชาวบ้านคลองรี ตาชื่อเจิม ยายชื่ออินวันเดือนปีเกิดของเด็กชายปูยังเอาแน่นอนไม่ได้ บ้างว่าเกิดวันศุกร์ เดือน 4 ปีมะโรง พ.ศ. 2125 บ้างว่าเกิดปี จ.ศ. 990 ฉลูสัมฤทธิศก บ้างว่า พ.ศ. 2131 โดยอนุมานคงเป็นปลายรัชสมัยพระมหาธรรมราชา อาจเป็นปี พ.ศ. 2125 หรือ พ.ศ. 2131 ปีใดปีหนึ่งคลอดแล้วมีผู้นำรกไปฝังไว้ใต้ต้นเลียบ เดี๋ยวนี้เลียบต้นนั้นยังมีอยู่และถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ |
|
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 1 - 4 จาก 26 |