ผู้เขียน หัวข้อ: ชูศักดิ์ ชี้ทางดี (ยิว คนเขียนเพลง)  (อ่าน 13507 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ เวสท์สงขลา

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 1309
    • ดูรายละเอียด
    • สะตอฟอร์ยู
    • อีเมล์

ชูศักดิ์ ชี้ทางดี (ยิว คนเขียนเพลง)


ยิว หรือ ชูศักดิ์ ชี้ทางดี เจ้าของผลงานเพลงอันโด่งดัง "คำสัญญาที่หาดใหญ่" เขากลับมาอีกครั้ง กับผลงานเพลงชุดใหม่สังกัดอาร์เอส



หลังซุ่มทำงานอยู่ 2 ปี "ยิว" หรือ ชูศักดิ์ ชี้ทางดี ศิลปินจากอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ที่โด่งดังไปทั่วประเทศมาจากการทำเพลงใต้ดิน ชุด"ยิว คนเขียนเพลง" ก็ได้ออกผลงานชุดล่าสุด ในอัลบั้ม "กลับมาแล้ว" กับบริษัทอาร์สยาม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของอาร์เอสโปรโมชั่น

ยิว ซึ่งเข้ามาทักทายสวัสดีปีใหม่กับกองบรรณาธิการ "โฟกัสภาคใต้" เผยว่า หลังจากออกผลงานเพลงชุด คนเขียนเพลงก็เว้นช่วงมาถึง 2 ปี ที่ไม่ได้ออกผลงานเพลงใหม่ การกลับมาคราวนี้ ด้วยความคิดถึงแฟนเพลง โดยเขาได้เขียนเพลง "กลับมาแล้ว" ซึ่งเป็นเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลง คำสัญญาที่หาดใหญ่ ที่โด่งดังมากในปี พ.ศ. 2538 ในอัลบั้ม ยิว คนเขียนเพลง และเป็นเพลงแจ้งเกิดของยิวก็ว่าได้ โดยเพลงกลับมาแล้ว จะบอกความรู้สึกคิดถึงวันเวลาเก่าๆ คิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงแฟนเพลง และทุกบทเพลงที่เคยร้อง คิดถึงการทำงานที่ห่างหายไปนาน

อีกเพลงหนึ่งที่ยิวเขียนในอัลบั้มชุดนี้คือ เพลง"สาวเกาะยอ" เป็นเพลงที่มีดนตรีหวาน ภาษาเพลงสามารถบรรยายให้อย่างเห็นภาพ ยิวทั้งเขียนและร้องเพลงนี้ได้อย่างหวานนุ่ม ละมุนหู สัมผัสได้ถึงความสวยงามของธรรมชาติ และความงดงามของสาวเกาะยอ ที่ดลใจให้หนุ่มรู้สึกหลงใหลเสน่ห์สาวเหาะยอจนลืมไม่ลง

"งานชุดนี้มี พี่หนู มิเตอร์ เป็นโปรดิวเซอร์ ที่จริงพี่เขาชวนให้ไปร่วมงานกันนานแล้ว มีการพูดคุยกันมานาน แต่คราวนี้เพิ่งได้ร่วมงานกัน" ยิวเล่าว่าการทำงานกับบริษัทใหญ่ ต่างกับการทำงานที่ผ่านมา เพราะที่ผ่านมาเป็นการทำงานที่ทำเอง ตัดสินใจเองทุกอย่าง แต่กับบริษัทใหญ่อย่างอาร์เอส ฯ จะมีการทำงานเป็นระบบ มีการคัดกรองงานเป็นระบบชัดเจน และมีการใช้สื่อที่เป็นระบบในการแนะนำเพลงมากกว่า โดยขณะนี้ มีมิวสิควิดีโอของเขาในเพลง กลับมาแล้วออกมาให้ได้ชมทางโทรทัศน์ ขณะที่ผลงานเพลงวางขายทั่วไปทั่วประเทศ

"เพลงชุดนี้ ก็เป็นเพลงฟังสบายๆ สไตล์ที่แฟนเพลงคุ้นเคย"เขาเล่าและว่า หลังจากออกผลงานเพลงชุดใหม่ มีภารกิจในการเดินสายไปแนะนำผลงานเพลง และมีงานคอนเสิร์ทตามจังหวัดต่างๆ ชีวิตส่วนใหญ่จะพำนักอยู่ที่หาดใหญ่เป็นหลัก โดยถ้ามีงานจึงจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ หรือไปแสดงตามที่ต่างๆ เวลาว่างจะรับสอนพิเศษดนตรีตามบ้าน

ยิวให้สัมภาษณ์กับโฟกัสภาคใต้เมื่อราว 3 ปีที่แล้วว่าเขา เรียนหนังสือแค่ ม.3 ที่ โรงเรียนนาทวีวิทยาคม ตอนนั้นเป็นเด็กเกเรมาก เขามีพี่น้องด้วยกันทั้งหมด 7 คน ยิวเป็นคนที่ 6 ส่วนวรวิทย์ พี่ชายซึ่งเป็นนักร้องมาก่อนเขาเป็นคนที่ 5 ในครอบครัวของคนค้าขายธรรมดาๆ ที่ตลาดอำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

"ทางดนตรีผมรับอิทธิพลจากพี่ชายจนชอบโดยไม่รู้ตัว พอหัดเล่นกีตาร์จิตใจสงบลง เพราะเอาเวลามาฝึกดนตรี ตอนนั้นผมอายุสัก 15 ปี พี่บ่าวก็ชวนไปเล่นตามผับที่ปัตตานีกับที่โรงแรมในปาดังเบซาร์"

ช่วงหนึ่งยิวใช้ชีวิตโดยไปช่วยนักศึกษาหลายสถาบันในภาคใต้ออกค่ายอาสาพัฒนา ใช้ชีวิตคลุกคลีกับเพื่อนที่เป็นนักศึกษา ราวปี 2538เขากลับมาร้องเพลงที่หาดใหญ่ เล่นประจำในผับหลายที่ โยกไปภูเก็ตกับพี่ชาย 1 ปี ก็กลับมาหาดใหญ่อีก หลังจากนั้นพี่ชายก็เริ่มทำงานเพลงกับสมบัติ เจียมคลัง เขาเองได้รับการชักชวนให้ทำอัลบั้มใต้ดิน ซึ่งตอนนั้นแทบไม่มีใครเลยที่จะทำเพลงแบบนี้ทางภาคใต้ นี่เป็นนจุดเริ่มๆของการทำเพลง ในต่างจังหวัด ที่จุดประกายให้ศิลปินอีกหลายคน กล้าทำเทปใต้ดินเขาเล่าว่าเทปชุดแรกที่ทำให้เขาโด้งกังชั่วข้ามคืนนั้น เขาเอง ไม่ได้คิดหวังดังหรือว่าอะไรมากมาย กะว่าปั๊มสักพันม้วน หรือ 500 ม้วน กะว่าเอาไปขาย แขกที่ร้าน แต่กระแสตอบรับมากพอเพลงนี้ได้ออกอากาศทางสถานีวิทยุ ในหาดใหญ่ไม่ถึง 2 อาทิตย์เพลงติดหูคนฟังอย่างรวดเร็ว แล้วขยับไปพัทลุง สตูล ลามไปเรื่อย ลักษณะป่าล้อมเมือง ขายไป 3 เดือน ยอดขายทะลุเป้า บริษัทปั๊มเทปไม่ทัน อีก3 เดือนมีบริษัทซีเอ็มซี จาก กรุงเทพฯ ขอไปจัดจำหน่าย แพร่หลายทั่วประเทศ ชีวิตเขาเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เข้าสู่ระบบธุรกิจของบริษัทในกรุงเทพฯ เพื่อโอกาสใหม่ มีผลงานเพลงอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น คำสัญญาที่หาดใหญ่ ,ยังจดจำ,คิดถึงจึงกลับมา,จุดพักใจ ,โบนัส ,บันทึกคนเขียนเพลง จนชุดล่าสุด กลับมาแล้ว

แม้เป็นศิลปินมีชื่อคนหนึ่ง แต่เขาปฏิเสธจะอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ปักหลักอยู่หาดใหญ่ เขาจะเข้าไปตอนที่ทำงานเท่านั้น เขายอมรับว่าไม่สามารถใช้ชีวิตหรือปรับตัวกับเมืองหลวง เพราะไม่ชอบ แต่คุ้นเคยกับต่างจังหวัดมากกว่า "บ้านเราสบายแล้ว จะเดินทาง ของกิน เพื่อนฝูง กรุงเทพฯ อากาศไม่ดี คนวุ่นวาย รถติด ไปไหนก็ลำบาก ถ้ามีงานค่อยไป ทำงานเสร็จกลับบ้าน มีทะเลภูเขาให้ไป อยู่ที่โน่นเป็นการทรมานตัวเองพาตัวเองไปขัง"

เวลาว่างยิวชอบเที่ยวสนามพระหาเพื่อนๆ ในวงการพระเครื่อง เขาสนใจพระเครื่อง
มาก่อนที่จะเล่นกีตาร์ เกิดจากความศรัทธาสมัยเด็กๆ และฝังใจมาจนปัจจุบัน ก็เลยเวลาดูพระที่ชอบ จะสะสม ถือว่าเป็นงานอดิเรก ทำให้สบายใจ จนได้เป็นประชาสัมพันธ์ของสมาคมพระเครื่องหาดใหญ่



----------------------------
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.focuspaktai.com


 

 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26